หน้าแรก   Smilemoon Package   Wedding Day Promotion 2017    รวมรูปภาพ   รับทำ Album LCD   บทความ   ติดต่อเรา 

RAW File คืออะไร??

RAW File คืออะไร?แล้วสำคัญด้วยหรอ...กับการถ่ายภาพ?
      ผมเชื่อว่าบ้างหลายๆท่านที่เคยถ่ายรูปจากกล้องดิจิตอลในปัจจุบันนี้ ต้องรู้จักกับ ไฟล์ .jpeg กันทุกคนแล้วนะครับ  ถ้าใครยังไม่รู้จักถือว่าตกเทรนไปมากมายครับ 5555555 ล้อเล่นนะครับ วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงไฟล์อีก ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ ต่อภาพถ่ายหรือภาพที่หลายๆท่านชื่นชมกันในเว็บไซด์ต่างๆว่าสวยสดงดงามอะไรเช่นนี้    จริงๆแล้วก่อนจะเป็นภาพที่ให้เราๆท่านๆได้ชื่นชมกันแบบนี้  มันมีที่มากันยังไง แล้วไฟล์ชนิดนี้มันสำคัญไฉน?????
         ไฟล์ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้  เราเรียกกันว่า RAW File หรือ ไฟล์ดิบ ครับ  (โอ้...เล่นแปลกันตรงๆตัวเลยหรอ แบบนี้ใครๆก็แปลได้ อะ.....)  555555 จริงๆแล้วความหมาย มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆครับ  คือ ไฟล์ประเภทนี้ จะไม่ผ่านกระบวนการบีบอัดภาพเลยแม้แต่น้อย  หมายถึงว่า  ทุกๆข้อมูลหรือค่าสีต่างๆที่เราถ่ายมาจากกล้อง มันจะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดเลย จึงเป็นเหตุให้เป็นต้นเหตุว่าไฟล์ชนิดนี้ ถึงมีขนาดใหญ่กว่า .Jpeg  File   ช่างภาพแต่งงานและช่างภาพอาชีพหลายๆท่านนิยมใช้กันมาก
         คำถามต่อไปที่ตามมาคือ  แล้วมันต่างกันยังไงละ?  ผมขอตอบแบบบ้านๆเลยครับ   (เน้นความเข้าใจแบบพื้นฐานครับ) 
ผมจะขอตัวอย่างเปรียบเทียบ ระหว่างข้อดีและข้อเสียของไฟล์ทั้ง 2 ชนิดนี้ แบบเข้าใจง่ายๆนะครับ
1.ขนาดในการจัดเก็บไฟล์
Raw File มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่จึงเปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ และยังต้องใช้ Memory ที่มีคุณภาพในการจัดเก็บสูง เพื่อความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลและคุณภาพไฟล์ที่ไม่Error
JPEG File มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า เพราะผ่านการบีบอัดข้อมูลมาแล้ว จึงไม่เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ
2.สีสันของภาพ
RAW File  จะมีสีสันที่ค่อนข้าง ตุ่นๆ   เพราะมันเก็บข้อมูลของสีทุกๆช่วงสีในภาพ  สีแต่สีในภาพจึงมีช่วงนี้ที่กว่ามากๆ แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะเราสามารถไปปรับเพิ่มหรือลดความเข้มของสีสีนได้ในโปรแกรม Photoshop หรือ พวกโปรแกรมตกแต่งภาพอื่นๆ   เป็นต้น   ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันมากขึ้น เช่น  ภาพถ่ายย้อนแสงอาทิตย์ ที่หลายๆท่านอาจจะตั้งใจถ่ายมา เพราะเห็นวิวด้านหลังสวยแถมท้องฟ้าก็สดใส  แต่พอถ่ายออกมา หน้าคนดันมืดไป  บ้างท่านอาจจะลบทิ้งไป  แต่บ้างท่านอาจจะเสียดายเพราะอุตส่าห์ขับรถไปตั้งไกล  ขอบอกเลยครับว่า ยินดีด้วยครับ ภาพที่เกิดขึ้นในกรณีนี้  ถ้าท่านถ่ายเป็นRAW File มา  ท่านสามารถดึงรายละเอียดส่วนของหน้าคนที่มืดไป ได้ในระดับนึงครับ ขอเน้นนะครับ  ในระดับนึงนะครับ  รวมถึงสีสันของภาพที่เราอาจจะไปตั้งค่าความสมดุลของแสงผิดเพี้ยนไป  เรายังสามารถปรับแก้ไขให้กลับมาสวยเด้งได้อีกด้วยครับ
จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งช่างภาพแต่งงานและช่างภาพมืออาชีพหลายๆท่าน  นิยมถ่ายภาพมาเป็นRAW File แล้ว  แล้วมาปรับแก้ไขเพิ่มเติม ภายหลังด้วยPhotoshop หรือ Lightroom
JPEG File  ภาพที่ได้ดูสีสดกว่าเห็นๆ (ในกรณีถ่ายภาพ ณ.สถานการณ์เดียวกันทุกประการนะครับ)  ข้อดีคือ เราสามารถนำไปโพสลงได้เลยครับ ถ้าเราพอใจกับผลงานแล้ว    แต่!!!!!! แต่ครับแต่.....  ถ้าในกรณีที่เราถ่ายภาพมาไม่สมบูรณ์ สีสันผิดเพี้ยนไป ไม่เป็นตามที่คาดฝันไว้   เราสามารถนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมได้หรือไม่?  คำตอบคือได้ครับ (อ้าว แล้วมันจะต่างกันยังไง ฟะ)  ต่างกันครับ   คำว่าได้ในที่นี้ คือ ความเพี้ยนของสีสันหรือความมืดของภาพต้องไม่มากไปครับ เนื่องจากไฟล์ภาพชนิดนี้จะถูกบีบอัด ไว้แล้วครับ ค่าของสีในช่วงต่างๆ จึงมีข้อมูลของสีและรายละเอียดในการยืดหยุ่นจำกัดมาก ไม่เหมือนไฟล์RAW เราจึงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มากเท่ากับไฟล์RAW ครับ 

ผมขอยกตัวอย่างภาพถ่าย เปรียบเทียบระหว่างไฟล์RAWที่ได้จากหลังกล้องยังไม่ผ่านการปรับแต่งและไฟล์JPEG ที่ปรับแก้ไขจากไฟล์RAWผ่านโปรแกรมแล้ว ให้เห็นถึงมิติของภาพ เพื่อจะได้เห็นภาพกันมากขึ้นครับ

จะสังเกตุได้ว่าภาพจากไฟล์RAW จะดูจืดๆม่นๆ เนื่องจากผมต้องการเก็บรายละเอียดทุกๆช่วงของโทนภาพ  และตั้งใจจะนำมาปรับเพิ่มสีสันและน้ำหนักของภาพให้ดูสว่างสดใสมากขึ้นตามจิตนาการที่วาดไว้ครับผม  จะสังเกตุได้ว่าภาพที่ภาพการปรับปรุงแล้วจะมีสีสันและน้ำหนักของภาพมากขึ้น ภาพดูมีมิติมากขึ้นกว่าเก่าครับ   ตัวอย่างและรายละเอียดที่กล่าวไปในข้างต้นนี้ เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆเท่านั้นครับ เพื่อเป็นแนวทางให้กับท่านที่ไม่ทราบถึงความแตกต่างของ ไฟล์ทั้ง2ชนิดนี้ เท่านั้นครับ
                             ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆในเรื่องของการถ่ายภาพจะนำมาพูดถึงกันในโอกาสต่อไปครับผม^^

ช่างภาพ แต่งงาน, สตูดิโอ แต่งงาน , ถ่ายภาพ งานแต่ง , ซีนีม่าวันงาน 

                  Tel.081-928-7168

 
  
view